PlayStation เปิดพรีออเดอร์หนังสือฉลอง 30 ปี แต่โดนตั้งคำถามเรื่องเลิกทำแผ่นเกม
Sony และสำนักพิมพ์ Read-Only Memory เปิดพรีออเดอร์หนังสือเล่มใหม่ชื่อ PlayStation: The First 30 Years เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของแบรนด์ PlayStation โดยชูจุดขายเป็นงานภาพปกแข็งคุณภาพสูงที่รวบรวม…

Sony และสำนักพิมพ์ Read-Only Memory เปิดพรีออเดอร์หนังสือเล่มใหม่ชื่อ PlayStation: The First 30 Years เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของแบรนด์ PlayStation โดยชูจุดขายเป็นงานภาพปกแข็งคุณภาพสูงที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของคอนโซลในมุมที่เข้าถึงเอกสารต้นฉบับของบริษัท รวมถึงภาพต้นแบบ สเก็ตช์แนวคิด และโมเดลพัฒนาต่าง ๆ ที่ไม่ค่อยเปิดเผยต่อสาธารณะ หนังสือมีขนาด 400 หน้า และวางจำหน่าย 2 เวอร์ชัน คือ Standard Edition ราคา 125 ดอลลาร์ และ Deluxe Edition ราคา 325 ดอลลาร์ซึ่งผลิตจำนวนจำกัด 1,994 เล่ม เปิดสั่งซื้อเฉพาะผ่าน Read-Only Memory และมีกำหนดส่งในเดือนพฤศจิกายน
เนื้อหาในหนังสือระบุว่าจะเล่าพัฒนาการของ PlayStation ผ่านมุมมองของวิศวกรและดีไซเนอร์ที่มีบทบาทสำคัญกับแบรนด์ เช่น เคน คูตารางิ ผู้ถูกเรียกขานว่าเป็น “บิดาแห่ง PlayStation” รวมถึงผู้สร้างดีไซน์ DualShock รุ่นแรก และหัวหน้าดีไซน์ของ PS5 อย่าง ยูจิน โมริซาวะ ภาพตัวอย่างที่ปล่อยออกมาก็เผยให้เห็นคอนโทรลเลอร์และเครื่อง PlayStation รุ่นยุคแรก ๆ ตลอดจนรายละเอียดด้านงานออกแบบที่สะท้อนประวัติของแบรนด์ตลอดสามทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้กลับทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จำนวนมาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ Sony ถูกตั้งคำถามอย่างหนักเรื่องทิศทางการเลิกผลิตสื่อแบบแผ่นสำหรับเกม โดยบริษัทเคยประกาศว่าจะทยอยลดการผลิตดิสก์ของเครื่อง PlayStation ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป ข่าวดังกล่าวเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ทันทีจากแฟนเกมที่มองว่านโยบายนี้กระทบสิทธิในการเป็นเจ้าของเกมจริง ๆ และลดคุณค่าของการสะสมแผ่นเกมที่เป็นวัฒนธรรมสำคัญของผู้เล่นหลายแพลตฟอร์ม
ด้วยเหตุนี้ การที่ PlayStation ออกสินค้าสื่อสิ่งพิมพ์แบบจับต้องได้ในเวลาเดียวกับที่เดินหน้าลดบทบาทของเกมแผ่น จึงถูกมองว่าเป็นความย้อนแย้ง หลายคนตอบโต้ในโซเชียลมีเดียด้วยประเด็น “สนับสนุนหนังสือแบบ physical แต่ไม่สนับสนุนเกมแบบ physical หรือ” พร้อมตั้งคำถามว่าบริษัทกำลังขายของสะสม แต่กลับลดทอนสินค้าที่แฟน ๆ อยากสะสมจริง ๆ หรือไม่
แม้เสียงต้านจะดัง แต่ฝั่งผู้บริหารและบุคลากรสำคัญบางคนของ PlayStation ก็ยังสนับสนุนแนวทางนี้ โดยเคน คูตารางิให้ความเห็นว่าดิสก์เกมกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการ “ครอบครอง” เกม และมองว่าการลดการผลิตแผ่นนั้นสมเหตุสมผลในเชิงเศรษฐกิจ ขณะที่อดีตหัวหน้า PlayStation อย่าง ชอว์น เลย์เดน ออกมาเตือนว่า ถ้าผู้เล่นไม่ได้ถือครองเกมจริง ๆ ก็อาจเท่ากับไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่ซื้อเลย
ประเด็นนี้สะท้อนความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าหนังสือฉลอง 30 ปี เพราะมันแตะทั้งเรื่องวัฒนธรรมการสะสม ความเป็นเจ้าของสื่อดิจิทัล และทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมเกม Sony อาจต้องเผชิญแรงกดดันต่อไปว่าเมื่อแบรนด์ยังใช้ความทรงจำและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของยุคแผ่นเกมมาเล่าเรื่องและทำสินค้าเชิงสะสมอยู่ จะสามารถอธิบายเหตุผลของการค่อย ๆ ถอยห่างจากเกมแบบแผ่นให้ผู้เล่นยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน


