โรบ็อกซี่บูม แต่แรงต้านด้านกฎระเบียบยังลุกลาม

กระแส “โรบ็อกซี่” หรือแท็กซี่ไร้คนขับกำลังขยายตัวในสหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดการต่อสู้ทางการเมืองและแรงต้านจากหลายฝ่ายมากขึ้นอย่างชัดเจน ประเด็นหลักไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีพร้อมหรือไม่ แต่คือใครจะกำหนดกติกา ใครจะได้ประโยชน์ และใครจะได้รับผลกระทบจากการแทนที่แรงงานมนุษย์
ในนิวยอร์ก ผู้ว่าการแคธี่ โฮชูล ถอนข้อเสนอเมื่อต้นปีที่เคยปูทางให้รถไร้คนขับให้บริการนอกเขตนครนิวยอร์ก หลังเผชิญแรงกดดันจากคนขับแท็กซี่ สหภาพแรงงาน และสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐ ทำให้การทำให้บริการเชิงพาณิชย์ของรถไร้คนขับถูกกฎหมายยังคงหยุดชะงัก และยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมในตอนนี้
ขณะเดียวกัน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหภาพแรงงานก็ออกมาต่อต้านร่างกฎหมายที่จะเปิดทางให้บริการโรบ็อกซี่เชิงพาณิชย์เช่นกัน ฝ่ายนิติบัญญัติกำลังพิจารณามาตรการกำกับดูแลหลายอย่าง เช่น เพดานจำนวนรถไม่เกิน 200 คัน และการเก็บค่าธรรมเนียม 15 เซนต์ต่อไมล์ เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการพัฒนา Metro และช่วยเหลือแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบจากรถอัตโนมัติ
ภาพรวมสะท้อนว่า เมื่อโรบ็อกซี่เริ่มกลายเป็นบริการจริง การถกเถียงจึงขยับจากคำถามด้านเทคโนโลยีไปสู่คำถามเชิงนโยบายและเศรษฐกิจว่า เมืองและรัฐจะยอมเปิดตลาดมากแค่ไหน จะคุ้มครองแรงงานอย่างไร และจะออกแบบกฎให้สอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะเดิมได้อย่างไร
สำหรับอุตสาหกรรม รถไร้คนขับกำลังเข้าใกล้ช่วงที่ต้องพิสูจน์ทั้งความปลอดภัย ความคุ้มค่าทางธุรกิจ และความยอมรับจากสังคมมากพอ ๆ กัน เพราะแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่การขยายบริการในวงกว้างยังต้องผ่านด่านการเมืองท้องถิ่นและการกำกับดูแลที่ซับซ้อนอีกมาก

