Tarae: The Unbound เกมแอ็กชัน RPG ใหม่จากเกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ตำนานเอเชียตะวันออกสู้เกมสไตล์ Diablo
Tarae: The Unbound คือเกมแอ็กชัน RPG ผลงานของสตูดิโอเกาหลีใต้ Boundary ที่ Krafton เป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งถูกนำไปโชว์ในงาน gamescom และได้รับความสนใจจากทั้งงานภาพและแนวทางการออกแบบที่แตกต่างจากเกมแนว…

Tarae: The Unbound คือเกมแอ็กชัน RPG ผลงานของสตูดิโอเกาหลีใต้ Boundary ที่ Krafton เป็นผู้จัดจำหน่าย ซึ่งถูกนำไปโชว์ในงาน gamescom และได้รับความสนใจจากทั้งงานภาพและแนวทางการออกแบบที่แตกต่างจากเกมแนวเดียวกันจำนวนมาก โดยตัวเกมยังคงโครงสร้างการเล่นแบบที่แฟน Diablo คุ้นเคย ทั้งการต่อสู้ที่เน้นจังหวะคล่องตัว การกดสกิลเป็นชุด การหลบ การไล่ฟาร์มของ และการจัดบิลด์ตัวละคร แต่สิ่งที่ทีมพัฒนาต้องการย้ำคือเอกลักษณ์ด้านศิลปะและแรงบันดาลใจซึ่งหยั่งรากอยู่ในเอเชียตะวันออก
จุดเด่นสำคัญของเกมคือฉากหลังที่วางอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 15 ถึง 17 ของเอเชียตะวันออก แทนที่จะใช้บรรยากาศยุโรปยุคกลางแบบเกมแอ็กชัน RPG ส่วนใหญ่ เกมนี้หยิบเอาความเชื่อ ตำนาน และสุนทรียะจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมาผสมกันจนเกิดภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่ ตั้งแต่ดีไซน์ของคลาส ศัตรู ไปจนถึงสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะบอสไฟต์ที่มีมากกว่า 80 ตัวตั้งแต่วันเปิดให้บริการ ซึ่งทีมงานมองว่าเป็นเวทีสำคัญในการแสดงอัตลักษณ์แบบตะวันออกของเกม
ด้านระบบการเล่น Tarae: The Unbound มีทั้งหมด 6 คลาส ได้แก่ Samurai, Tiger Hunter, Manshin, Geomancer, Kunoichi และ Warfiend แต่ละคลาสถูกตีความใหม่จากวัฒนธรรมและภาพจำแบบเอเชียตะวันออก พร้อมสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันชัดเจน ผู้เล่นจะผ่านแคมเปญแบบเส้นตรง 6 องก์ รวม 3-4 บทต่อองก์ ทำให้ตัวเกมเน้นการเล่าเรื่องและการไล่ความคืบหน้ามากกว่าการเป็นโอเพนเวิลด์
อีกระบบที่ทีมพัฒนาชี้ว่าเป็นหัวใจของเกมคือ “สมดุล” ผ่านกลไกเทพเจ้า 8 องค์ที่อาจช่วยหรือขัดขวางผู้เล่นระหว่างการต่อสู้ แนวคิดเรื่องหยิน-หยางและพลังตรงข้ามยังถูกนำมาใช้เป็นธีมหลักของทั้งเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ ขณะที่พื้นฐานทางความเชื่ออิงกับพุทธจักรวาลวิทยาและ “6 ภพภูมิ” เช่น มนุษย์ อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เปรต และนรก ซึ่งเชื่อมไปสู่การต่อสู้ในช่วงท้ายเกมเมื่อผู้เล่นข้ามขอบเขตของภพต่าง ๆ
ในส่วนของเนื้อหาและการสนับสนุนหลังวางขาย Boundary วางแผนใช้โมเดลแบบซีซัน เพิ่มตัวละครใหม่ในแต่ละซีซัน และปล่อย DLC รายปีที่เพิ่มภูมิภาคใหม่ ทีมงานระบุว่าไม่ได้มองเกมนี้เป็นโปรเจกต์ระยะสั้น แต่ตั้งใจสร้างให้เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
แม้จะต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ในการดึงผู้เล่นฝั่งตะวันตกที่คุ้นกับเกมสาย Diablo ให้หันมาลองเกมใหม่ แต่ Boundary มั่นใจว่าเสน่ห์ของงานศิลป์แบบ Eastern dark fantasy และความแตกต่างของระบบต่อสู้จะช่วยให้เกมมีจุดยืนของตัวเองได้ Tarae: The Unbound มีกำหนดลง PC และคอนโซลในปี 2027


