Zeverland โชว์มุมใหม่ของเกมซอมบี้ เน้นร่วมมือ ปรับแต่งได้แทบทุกอย่าง
Zeverland เป็นเกมเอาตัวรอดแนวคราฟต์ที่หยิบธีมวันโลกาวินาศซอมบี้มานำเสนอในโทนที่ดูน่ารักและขี้เล่นกว่าที่คุ้นเคย จุดขายหลักคือการ “ปรับแต่งทุกอย่าง” ตั้งแต่อาวุธไปจนถึงยานพาหนะ ผู้เล่นสามารถนำวัตถุใน…

Zeverland เป็นเกมเอาตัวรอดแนวคราฟต์ที่หยิบธีมวันโลกาวินาศซอมบี้มานำเสนอในโทนที่ดูน่ารักและขี้เล่นกว่าที่คุ้นเคย จุดขายหลักคือการ “ปรับแต่งทุกอย่าง” ตั้งแต่อาวุธไปจนถึงยานพาหนะ ผู้เล่นสามารถนำวัตถุในชีวิตประจำวันมาประกอบรวมกันเป็นอาวุธแปลก ๆ ได้ เช่น เอาเตารีดไปติดกับไม้ตีเทนนิส หรือเอากล้องไปเชื่อมกับไม้เบสบอลเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ไฟฟ้า ระบบนี้ถูกออกแบบให้ผู้เล่นใช้ความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาการเอาตัวรอดมากกว่าพึ่งระบบต่อสู้แบบตายตัว
เกมเกิดขึ้นหลังการระบาดของซอมบี้ไปแล้วหลายเดือน เมืองยังคงมีโครงสร้างและอาคารสำคัญให้เข้าไปสำรวจได้ ทั้งสถานีตำรวจ โรงพยาบาล และร้านสะดวกซื้อ โดยวัตถุภายในแต่ละพื้นที่สามารถหยิบ จัดเก็บในกระเป๋า หรือผสมเป็นไอเท็มใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทีมพัฒนาเปิดทดสอบมาแล้ว 2 รอบ และมีแผนจะนำเกมขึ้น Steam Early Access ได้เร็วที่สุดในไตรมาส 1 ปีหน้า
ประเด็นสำคัญที่ผู้พัฒนาเน้นคือ Zeverland ไม่ได้สร้างมาเพื่อบังคับผู้เล่นให้ร่วมมือกันผ่านภารกิจหรือบอสที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ต้องการให้ความร่วมมือเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของผู้เล่นเอง เกมถูกปรับจากแนว MMO แบบเปิดที่เคยเปิดช่องให้ผู้เล่นป่วนกัน มาเป็นเกม PvE co-op ที่ให้เพื่อนช่วยกันสร้าง สำรวจ และเอาชีวิตรอด แม้จะเล่นคนเดียวได้ก็ตาม ตัวอย่างที่ยกมาคือการแบ่งปันเชื้อเพลิงระหว่างนักเอาตัวรอด หรือการช่วยกันสร้างสะพาน ทำซิปไลน์ข้ามอาคาร และฟื้นฟูระบบไฟให้เมืองใหญ่กลับมาใช้งานได้
ระหว่างการทดสอบ ผู้พัฒนาได้เห็นพฤติกรรมของผู้เล่นที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้จริง ๆ เช่น การช่วยเหลือคนที่รถเสียกลางทาง หรือการเจอผู้เล่นที่สร้างบ้านและบาร์ส่วนตัวไว้บนรถ แล้วจอดเล่นดนตรีกับเพื่อนและตัวละคร NPC ริมถนน ทีมงานมองว่าสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างของเล่นหรือวัตถุธรรมดา สามารถทำให้โลกหลังหายนะดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น และช่วยกระตุ้นให้ผู้เล่นอยากอยู่ร่วมกันในโลกเกม
ด้านระบบเชิงลึก เกมมีวัตถุโต้ตอบได้มากกว่า 6,000 ชิ้น ใช้ระบบ ECS เพื่อให้แต่ละชิ้นตอบสนองตามคุณสมบัติของวัสดุและสภาพแวดล้อม เช่น ไม้ติดไฟได้ โลหะนำไฟฟ้า และฝนสามารถทำให้กระแสไฟลามได้ไกลขึ้น ขนาดและน้ำหนักของวัตถุก็มีผลต่อการจัดการในเกม บางอย่างใส่กระเป๋าไม่ได้ก็อาจยกขว้างใส่ศัตรูแทนได้ ทำให้ผู้เล่นใช้เหตุผลเชิงกายภาพและความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาได้หลากหลาย
ระบบปรับแต่งอาวุธและยานพาหนะก็สะท้อนแนวทางนี้ชัดเจน ผู้เล่นสามารถติดของแปลก ๆ อย่างเป็ดยาง หรือแม้แต่หัวซอมบี้เข้ากับอาวุธเพื่อสร้างเอฟเฟกต์พิเศษ รวมถึงปรับรถจักรยาน รถสี่ล้อ และกระบะให้กลายเป็นฐานเคลื่อนที่ได้ ติดเตียง เฟอร์นิเจอร์ กับดัก หรืออุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ลงไปบนตัวรถได้แทบทุกจุด จนรถกลายเป็นทั้งบ้านและอาวุธในเวลาเดียวกัน
อีกระบบที่น่าจับตาคือการติดเชื้อและการกลายเป็นซอมบี้ ซึ่งผู้พัฒนายังเล่ารายละเอียดไม่จบในบทสัมภาษณ์นี้ แต่ก็สะท้อนว่า Zeverland กำลังพยายามสร้างโลกเอาตัวรอดที่มีทั้งอิสระ ความฮา และการร่วมมือแบบเกิดขึ้นเองจากสถานการณ์ มากกว่าจะพึ่งภารกิจบังคับแบบเกมเอาตัวรอดทั่วไป


