WoW Forever เผยปรับใหญ่ ไม่แยกเซิร์ฟเวอร์ มีทรานสมัคเสริม และไอเทมใหม่ใช้งานได้ทุกสาย
Blizzard เปิดรายละเอียดสำคัญของ World of Warcraft Forever ในงาน BlizzCon โดยชี้ชัดว่าตัวเกมจะยังคงบรรยากาศของ WoW ยุคแรกเอาไว้ แต่จะนำแนวคิดและระบบบางส่วนจากเวอร์ชันหลัง ๆ มาปรับเพื่อให้การเล่นมีความ…

Blizzard เปิดรายละเอียดสำคัญของ World of Warcraft Forever ในงาน BlizzCon โดยชี้ชัดว่าตัวเกมจะยังคงบรรยากาศของ WoW ยุคแรกเอาไว้ แต่จะนำแนวคิดและระบบบางส่วนจากเวอร์ชันหลัง ๆ มาปรับเพื่อให้การเล่นมีความลื่นไหลและมีเป้าหมายมากขึ้น ต่างจาก WoW Classic ที่หลายคนคุ้นเคยอย่างชัดเจน จุดยืนของทีมพัฒนาคือทำให้ผู้เล่น “กลับไปสำรวจและทดลอง” อีกครั้ง แทนการเล่นตามสูตรเดิมที่แก้จนหมดแล้ว
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เด่นที่สุดคือรูปแบบการจับคู่ผู้เล่น ซึ่งจะไม่แยกตาม realm แบบเดิม แต่เลือกจากกติกาการเล่นแทน เช่น โหมดปกติ โหมด PvP หรือโหมด hardcore ทำให้ผู้เล่นมีแนวโน้มเจอกันมากขึ้นระหว่างเดินทางในโลกเปิด แนวทางนี้น่าจะช่วยให้โลกของเกมคึกคักกว่าเดิม และลดปัญหาที่ผู้เล่นกระจายตัวอยู่ตามเซิร์ฟเวอร์ย่อยจำนวนมาก
อีกระบบที่ถูกปรับคือ transmog หรือการเปลี่ยนรูปลักษณ์ชุดเกราะ ซึ่งในเวอร์ชันนี้จะเป็นตัวเลือกแบบเปิดปิดได้ทั้งตัวผู้เล่นเองและผู้เล่นอื่น ๆ นอกจากนี้ เมื่อเก็บไอเทมส่วนใหญ่แล้ว จะปลดล็อกภาพลักษณ์ของชิ้นนั้นเข้าสู่คอลเลกชันทรานสมัคให้อัตโนมัติ ทำให้การเก็บของมีความหมายมากขึ้น แม้ไอเทมชิ้นนั้นจะไม่ได้ใช้จริงก็ตาม
Blizzard ยังเพิ่มกิจกรรมและระบบเชื่อมต่อระหว่างผู้เล่นในโลกเปิด เช่น การตั้งแคมป์ไฟเพื่อให้คนอื่นมาทำคราฟต์หรือพักผ่อนรับบัฟพิเศษจากอาชีพต่าง ๆ ได้ อีกทั้งทุกสายอาชีพจะมีสูตรใหม่มากกว่า 600 รายการครอบคลุมทุกช่วงเลเวล เพื่อให้การคราฟต์และการพัฒนาตัวละครมีเนื้อหามากพอรองรับการเล่นระยะยาว
ด้านตัวละคร มีการเพิ่มคู่ผสมเผ่าและคลาสที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น gnome priest, human hunter, dwarf shaman, orc mage, troll warlock และ undead paladin พร้อมระบุว่าจะมีเพิ่มเติมในอนาคต สิ่งนี้สะท้อนความตั้งใจของทีมงานที่จะขยายทางเลือกในการสร้างตัวละครและทำให้การทดลองบิลด์น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม
ระบบ Legacy progression จะเป็นอีกแกนสำคัญของ WoW Forever โดยผู้เล่นจะได้รับแต้ม Legacy จากการเล่นเพื่อนำไปปลดล็อกพลังเสริมและสิทธิพิเศษหลายแบบ รวมถึงของตกแต่งบางส่วน แนวคิดนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจระยะยาว โดยไม่ทำให้ประสบการณ์หลักของเกมเปลี่ยนไปจนเสียเอกลักษณ์
ในฝั่งของไอเทมและสมดุลการต่อสู้ Blizzard บอกว่าไอเทมส่วนใหญ่ถูกปรับใหม่หรือสร้างขึ้นใหม่ให้มีประโยชน์กับทุกคลาสและทุกบทบาท มากกว่าผูกติดกับสายใดสายหนึ่ง อีกทั้งบอสจะดรอปของที่ดีขึ้นโดยรวม และความสามารถประจำเผ่าก็ได้รับการปรับปรุงพร้อมเพิ่มของใหม่ด้วยทั้งหมดนี้สะท้อนว่าทีมพัฒนาต้องการแก้ “ปัญหาที่เกมเคยไขคำตอบไปแล้ว” เพื่อให้ผู้เล่นกลับมาลองสิ่งใหม่ ๆ ได้อีกครั้ง
WoW Forever มีกำหนดเปิดให้เล่นวันที่ 4 พฤศจิกายน และจะใช้สิทธิ์สมัครสมาชิกเดียวกับ World of Warcraft ปกติ ขณะที่ช่วงทดสอบเบต้าจะเริ่มในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน โดยผู้เล่นต้องซื้อเกมล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมได้ ข่าวชุดนี้ทำให้เห็นว่า Blizzard กำลังผลัก WoW Classic ในทิศทางที่เป็นทั้งย้อนยุคและปรับใหม่ในเวลาเดียวกัน เพื่อดึงทั้งผู้เล่นเก่าและผู้เล่นที่อยากเห็นเวอร์ชันที่มีชีวิตชีวามากกว่าเดิม


