นักพัฒนา id Software วิจารณ์ Microsoft ทำลายความเชื่อมั่นในวงการเกม
คริส เฮย์ส นักพัฒนาอาวุโสฝ่ายบริการของ id Software ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Microsoft อย่างหนัก หลังการปลดพนักงานครั้งใหญ่กระทบสตูดิโอจำนวนมาก รวมถึง id Software ที่มีการลดตำแหน่งงานถึง 136 คน เขามองว่า…

คริส เฮย์ส นักพัฒนาอาวุโสฝ่ายบริการของ id Software ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Microsoft อย่างหนัก หลังการปลดพนักงานครั้งใหญ่กระทบสตูดิโอจำนวนมาก รวมถึง id Software ที่มีการลดตำแหน่งงานถึง 136 คน เขามองว่าจังหวะเวลาของการประกาศเลย์ออฟนั้นร้ายแรงเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนที่ DLC ของ Doom: The Dark Ages จะเปิดตัว ทำให้ทีมงานที่เพิ่งผ่านช่วงเร่งงานหนักและรอคอยผลตอบรับจากผลงาน ต้องเผชิญความไม่แน่นอนทันที
เฮย์สระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวสร้างบรรยากาศที่บั่นทอนกำลังใจอย่างมาก และภายในสตูดิโอก็ยังไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทิศทางต่อไปของทีมคืออะไร เขาชี้ว่าการสร้างเกม AAA ด้วยทรัพยากรที่หายไปเกือบครึ่งเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีทั้งแผนกและทักษะสำคัญที่ถูกยุบหรือปลดออกไป เขาตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า งานสำคัญอย่างการดูแลระบบ, โครงสร้างพื้นฐาน, หรือการพัฒนาเอนจินจะถูกส่งต่อให้ใครรับผิดชอบ
อีกประเด็นที่เขาย้ำคือคำกล่าวของบริษัทที่พยายามบอกว่าสตูดิโอยัง “เหมือนเดิม” นั้นไม่จริงในความหมายเชิงสร้างสรรค์ เพราะสิ่งที่ทำให้ id Software แข็งแกร่งไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์หรือทรัพย์สินทางปัญญา แต่คือคนทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างคนเหล่านั้น เมื่อทีมถูกลดลงจนเหลือเพียงบางส่วน เขาจึงมองว่าเอกลักษณ์ของสตูดิโอได้เปลี่ยนไปแล้ว และความพยายามสร้างความมั่นใจจากฝ่ายบริหารอาจมีเป้าหมายหลักเพื่อกันไม่ให้คนลาออกมากกว่าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
เฮย์สยังเชื่อว่าความเสียหายจากการตัดสินใจของ Microsoft ลุกลามเกินกว่าสตูดิโอเดียว เพราะบริษัทได้ทำลายความเชื่อมั่นของคนในอุตสาหกรรมไปจำนวนมาก เขาอ้างว่าเดิมทีมีความเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ทำงานระยะยาวแบบ “อยู่จนเกษียณ” แต่หลังเหตุการณ์นี้แทบไม่มีใครเชื่อคำรับรองแบบเดิมอีกแล้ว และแม้ผู้บริหารระดับสตูดิโอจะพยายามสร้างความมั่นใจเพียงใด ก็อาจไม่ช่วยได้หากทุกคนมองว่าการตัดสินใจสุดท้ายไม่ได้อยู่ในมือของสตูดิโอเอง
นอกจากนี้ เขายังมองว่าการปลดคนจำนวนมากออกจากสตูดิโอ AAA ขนาดใหญ่โดยไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนสะท้อนถึงการขาดวิสัยทัศน์ระยะยาว และตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจหลายอย่างของ Microsoft ในช่วงหลัง เช่น การปิดสตูดิโอหรือยกเลิกโปรเจกต์สำคัญ ล้วนไม่สอดคล้องกับการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจเกม เขาจึงสรุปว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่การบริหารทรัพยากร แต่เป็นความไม่เข้าใจโดยพื้นฐานต่อการทำงานศิลปะและการผลิตเกม ซึ่งต้องอาศัยทีมงาน ความต่อเนื่อง และการวางแผนระยะยาวเป็นอย่างมาก


