WoW: Forever ทำให้ติดงอม แต่ผู้เขียนยังคิดถึงดนตรีแบบจัดเต็มของ Final Fantasy 14
บทความนี้เป็นคอลัมน์เชิงประสบการณ์จาก PC Gamer ที่พูดถึงความรู้สึกของผู้เขียนหลังได้ลองเล่น WoW: Forever เวอร์ชันเบต้า และพบว่าตัวเองกลับมาติด MMO แบบหนักอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ปกติก็ใช้เวลาเล่น…

บทความนี้เป็นคอลัมน์เชิงประสบการณ์จาก PC Gamer ที่พูดถึงความรู้สึกของผู้เขียนหลังได้ลองเล่น WoW: Forever เวอร์ชันเบต้า และพบว่าตัวเองกลับมาติด MMO แบบหนักอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ปกติก็ใช้เวลาเล่น Final Fantasy 14 อยู่แล้วจำนวนมากจนแทบเหมือนงานประจำ ผู้เขียนมองว่าเวอร์ชันนี้ทำให้ World of Warcraft มีเสน่ห์แบบคลาสสิกมากขึ้น ด้วยความเรียบง่ายและกลิ่นอายดั้งเดิม แต่ก็ใส่องค์ประกอบสมัยใหม่เข้ามาเพียงพอให้ผู้เล่นหน้าใหม่หรือคนที่ไม่มีความหลังกับเกมเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ประเด็นหลักของบทความไม่ใช่การรีวิวระบบเกมโดยตรง หากแต่เป็นเรื่อง “เสียงดนตรี” และการออกแบบเสียงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสอง MMO ผู้เขียนยอมรับว่าดนตรีของ WoW: Forever ที่ได้ยินในโซนอย่าง Durotar และ Orgrimmar นั้นน่าประทับใจมาก มีโทนที่เข้ากับบรรยากาศของโลกเกมและเผ่า Horde อย่างยิ่ง แต่ปัญหาคือเกมนี้มักปล่อยให้เกิดช่วงเงียบยาว ๆ โดยให้เสียงแวดล้อมของโลกเป็นตัวขับเคลื่อนบรรยากาศแทน เช่น เสียงฝีเท้า ลม หรือเสียงสัตว์
เมื่อเทียบกับ Final Fantasy 14 ผู้เขียนรู้สึกว่าตัวเองถูก “ตามใจ” ด้วยปริมาณเพลงที่หลากหลายและถี่กว่าอย่างมาก เพราะเกมนั้นมีเพลงเฉพาะสำหรับแทบทุกสถานการณ์ ตั้งแต่โซนกลางวัน โซนกลางคืน ดันเจียน มินิบอส บอส และแม้แต่บอสไฟต์แต่ละช่วงของเรดก็มีธีมของตัวเอง ทำให้ผู้เล่นคุ้นเคยกับการมีดนตรีคอยตอบสนองทุกเหตุการณ์ในเกมอย่างต่อเนื่อง จนพอมาเล่น WoW: Forever ที่ไม่มีดนตรีต่อสู้เข้ามาเน้นทุกครั้งที่เริ่มปะทะ ก็รู้สึกแปลกและเหมือนขาดอะไรบางอย่าง
ผู้เขียนมองว่าความคาดหวังของตัวเองถูกหล่อหลอมจาก Final Fantasy 14 จนกลายเป็นความเคยชินทางอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อการโจมตีศัตรูใน WoW: Forever บางครั้งยังคงมีเพลงบรรยากาศเดิมเล่นอยู่ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เข้ากันเล็กน้อย อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้มองว่านี่คือข้อบกพร่องของ WoW: Forever ตรง ๆ แต่เป็นความต่างด้านปรัชญาการออกแบบเสียงระหว่างสองเกมมากกว่า
ท้ายที่สุด บทความสรุปด้วยท่าทีชื่นชม WoW: Forever ว่าเสียงดนตรีที่ได้ยินนั้นดีมาก และน่าจะมีผลให้ผู้เขียนเกิดความคิดถึงและผูกพันกับเกมในระยะยาวเมื่อได้ยินทำนองบางอย่างซ้ำอีกครั้ง พร้อมกับย้ำว่าประสบการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า MMO แต่ละเกมสร้างอารมณ์ผู้เล่นผ่านเสียงและดนตรีได้ต่างกันมาก และการย้ายจากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่งอาจทำให้เราต้องปรับความคุ้นเคยใหม่ แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างจังหวะของดนตรีก็ตาม


