Starfinder: Afterlight เดโมเริ่มเข้ารูป แม้ยังต้องขัดเกลาอีกมาก
Starfinder: Afterlight เกม CRPG จากจักรวาล Starfinder ของสตูดิโอ Epictellers Entertainment กำลังได้รับความสนใจจากทั้งฐานแฟนเกม RPG และความสำเร็จบน Kickstarter หลังระดมทุนได้ราว 828,164 ยูโร หรือเกือบ…

Starfinder: Afterlight เกม CRPG จากจักรวาล Starfinder ของสตูดิโอ Epictellers Entertainment กำลังได้รับความสนใจจากทั้งฐานแฟนเกม RPG และความสำเร็จบน Kickstarter หลังระดมทุนได้ราว 828,164 ยูโร หรือเกือบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ตั้งเป้าไว้เพียง 75,000 ยูโร ทำให้โปรเจกต์นี้ถูกจับตาว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งเกมบทบาทสมรรถนะสูงที่น่าจดจำได้หรือไม่
จุดที่ทำให้เกมนี้เด่นขึ้นไปอีกคือทีมงานและนักพากย์ระดับชื่อดัง โดยมี Arthur Morgan จาก Red Dead Redemption มารับหน้าที่เล่าเรื่อง และ Neil Newbon หรือที่หลายคนรู้จักจากบท Astarion ใน Baldur’s Gate 3 มาคุมงานกำกับเสียง รวมถึงร่วมพากย์ตัวละครบั๊กนักบวชสายอวกาศที่ผู้เขียนบทความยกให้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์มาก
จากการทดสอบเล่นช่วงก่อนหน้านี้ เกมยังดูหยาบและขาดองค์ประกอบพื้นฐานหลายอย่าง แต่เดโมเวอร์ชันล่าสุดที่ปล่อยบน Steam แสดงให้เห็นพัฒนาการชัดเจน โดยภาพรวม “ดูเป็นเกมมากขึ้น” และมีการปรับปรุงด้านงานภาพ การนำเสนอ และหน้าตาอินเทอร์เฟซให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่ารอบ playtest ที่เคยลองในเดือนมีนาคม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักยังมีอยู่มาก ทั้งประสิทธิภาพที่ยังไม่ดี ไม่มีตัวเลือกกราฟิกให้ปรับในตอนนี้ แอนิเมชันการต่อสู้ยังดูติดขัด และยังสร้างตัวละครเองไม่ได้ แม้จะมีตัวละครสำเร็จรูปให้เลือก 3 แบบก็ตาม เนื้อหาในเดโมก็ยังค่อนข้างเส้นตรง เดินจากฉากหนึ่งไปอีกฉากหนึ่งเป็นหลัก แทบไม่มีพื้นที่สำรวจ เควสต์ย่อย หรือ NPC ที่น่าสนใจมากพอให้โลกดูมีชีวิต
ในด้านที่น่าสนใจ เกมทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในส่วนงานศิลป์ โดยฉากเปิดแบบแอนิเมชันสวยงามช่วยสร้างอารมณ์ผจญภัยในอวกาศได้ดี และเรื่องราวเริ่มต้นด้วยการถูกโจมตีจาก Corpse Fleet ก่อนจะพาไปสู่การตกลงบนดาว Akiton ซึ่งผ่านไปแล้ว 5 ปีหลังเหตุการณ์หลักของเกม จุดเริ่มต้นนี้ถูกมองว่ามีศักยภาพสำหรับเกม RPG และยังได้แรงส่งจากตัวละครเพื่อนร่วมทางที่มีดีไซน์โดดเด่น
บทความยังชี้ว่า UI ใหม่ช่วยให้ระบบตัวละครและสกิลอ่านง่ายขึ้นมาก และมีการซ่อนรายละเอียดเชิงลึกไว้ในทูลทิปสำหรับผู้เล่นสายวิเคราะห์ ขณะที่ระบบต่อสู้แม้ในช่วงเลเวลต้น ๆ จะยังไม่หวือหวา แต่ผู้เขียนเชื่อว่ามีโอกาสพัฒนาไปสู่ความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเกมเปิดเนื้อหาและเลเวลสูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับระบบของ Starfinder 2e อยู่แล้ว
ข้อสรุปคือ Starfinder: Afterlight ยังไม่ใช่เกมที่พร้อมขายเต็มตัว แต่เดโมใหม่แสดงให้เห็นว่าทีมงานเริ่มเดินมาถูกทาง ทั้งในแง่การขัดเกลางานนำเสนอ งานภาพ และโครงสร้างพื้นฐานของเกม แม้ยังต้องแก้เรื่องประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และการสอนระบบให้ผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ผู้เขียนประเมินว่าทีม Epictellers มีโอกาสทำให้โปรเจกต์นี้ออกมาดีได้ หากมีเวลาและการปรับปรุงต่อเนื่องเพียงพอ


