บลิซซาร์ดยืนยัน “ดาบยักษ์” ใน WoW ยังอยู่ในเนื้อเรื่อง หลังหายไปนาน 8 ปี
ประเด็นที่ผู้เล่น World of Warcraft ถกกันมานานตั้งแต่เหตุการณ์ในภาค Legion เรื่อง “ดาบยักษ์” ของซาร์กาเรสที่ปักค้างอยู่ใกล้แกนกลางโลก ล่าสุดได้รับคำยืนยันแล้วว่ามันยังคงมีบทบาทในเนื้อเรื่องของภาคใหม่…

ประเด็นที่ผู้เล่น World of Warcraft ถกกันมานานตั้งแต่เหตุการณ์ในภาค Legion เรื่อง “ดาบยักษ์” ของซาร์กาเรสที่ปักค้างอยู่ใกล้แกนกลางโลก ล่าสุดได้รับคำยืนยันแล้วว่ามันยังคงมีบทบาทในเนื้อเรื่องของภาคใหม่ Midnight ไม่ได้ถูกลืมไปตามกาลเวลา โดยพอล คูบิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเกมของ Blizzard อธิบายว่า ภาพเงาหรือสัญลักษณ์คล้ายหนามแหลมที่เห็นในงานสรุป Midnight คือดาบเล่มนั้นเอง และทีมพัฒนายังตั้งใจจะเล่าต่อในช่วงที่ผู้เล่นกำลังสำรวจเนื้อเรื่องของภาค Eclipse
การยืนยันนี้ปิดปมที่กลายเป็นมีมในชุมชน WoW มานานกว่า 8 ปี หลังจากตอนจบ Legion ทิ้งให้ซาร์กาเรสพยายามแทงดาบอาบพลังทำลายล้างลงสู่ใจกลางอาเซรอธ ซึ่งทั้งอาจทำลายโลกและเปลี่ยนทิศทางของสงครามจักรวาลในจักรวาลเกม แต่ Blizzard เลือกปล่อยให้คำถามนี้แขวนอยู่โดยไม่เฉลยทันที จนล่าสุดจึงค่อยเปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลต่อเรื่องเล่าหลักของเกมอยู่จริง
บทความชี้ให้เห็นว่า หากเล่าแบบเหมาะสม ฉากที่ดาบปักเฉียด “วิญญาณโลก” ของอาเซรอธเพียงไม่กี่เมตรน่าจะเป็นภาพจำที่ทรงพลังมาก เพราะมันสื่อทั้งความใกล้ชิดกับหายนะและน้ำหนักทางจักรวาลวิทยาของเรื่องราวได้ในตัว แต่การเฉลยผ่านบทสัมภาษณ์ล่วงหน้า ทำให้พลังของเซอร์ไพรส์ลดลง เมื่อเทียบกับเกม MMO บางค่ายที่มักเก็บรายละเอียดสำคัญไว้จนถึงตอนเล่นจริง
ผู้เขียนบทความยังเปรียบเทียบแนวทางการเล่าเรื่องของ WoW กับ Final Fantasy 14 โดยมองว่า FFXIV มักใช้สภาพแวดล้อมและฉากในเกมเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องอย่างแนบเนียน ขณะที่ WoW เปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่าน PTR สื่อ และการสัมภาษณ์มากเกินไป จนลดแรงกระแทกของจุดหักมุมไปพอสมควร
โดยภาพรวม แม้การยืนยันของ Blizzard จะช่วยเติมเต็มปริศนาที่ค้างคามานาน และทำให้ผู้เล่นรู้ว่าดาบยักษ์ยังมีความหมายต่ออนาคตของเนื้อเรื่อง แต่บทความสะท้อนความเสียดายว่า หากความลับนี้ถูกเก็บไว้ให้ผู้เล่นค้นพบเองในเกมจริง อาจกลายเป็นฉากที่น่าจดจำและทรงพลังยิ่งกว่านี้มาก


