Blizzard แง้มแผนอัปเดต WoW Forever อาจพาผู้เล่นกลับไปพื้นที่คุ้นเคยจากภาคเสริม
World of Warcraft Forever เตรียมเปิดให้เล่นเต็มรูปแบบในวันที่ 4 พฤศจิกายน และแม้โครงสร้างหลักของเกมจะยังยึดอยู่กับสองทวีปดั้งเดิมอย่าง Eastern Kingdoms กับ Kalimdor แต่ Blizzard ส่งสัญญาณชัดว่าเนื้อหา…

World of Warcraft Forever เตรียมเปิดให้เล่นเต็มรูปแบบในวันที่ 4 พฤศจิกายน และแม้โครงสร้างหลักของเกมจะยังยึดอยู่กับสองทวีปดั้งเดิมอย่าง Eastern Kingdoms กับ Kalimdor แต่ Blizzard ส่งสัญญาณชัดว่าเนื้อหาอัปเดตหลังเปิดตัวอาจพาผู้เล่นออกไปเยือนพื้นที่อื่นที่คุ้นเคยจากภาคเสริมได้บ้างในอนาคต
Kris Zierhut หัวหน้าดีไซเนอร์ของ Blizzard อธิบายว่า ทีมพัฒนามองโอกาสในการขยายโลกของเกมโดยไม่จำเป็นต้องพาเรื่องราวไปสู่ “นอกโลก” หรือโครงสร้างแบบมหากาพย์ระยะยาวเหมือนภาคเสริมเดิม ๆ แต่จะเป็นการเดินทางสั้น ๆ ไปยังพื้นที่อย่าง Dark Portal, Northrend หรือ Pandaria เพื่อภารกิจเฉพาะกิจบางส่วน ก่อนจะกลับมายังแผนที่หลักของเกม
จุดสำคัญคือ Blizzard ยืนยันว่า Eastern Kingdoms และ Kalimdor จะยังเป็น “บ้าน” ของผู้เล่นในระบบนี้ กล่าวคือจะไม่มีการสร้างเมืองหลวงใหม่ ไม่เพิ่ม auction house หรือ innkeeper ในดินแดนอื่น ๆ ทำให้โครงสร้างการเล่นยังคงกลิ่นอายของ WoW ดั้งเดิม และบังคับให้ผู้เล่นกลับมาใช้งานศูนย์กลางหลักของโลกอยู่เสมอ
Zierhut ยังระบุด้วยว่า หากในอนาคตมีการใช้พื้นที่จากภาคเสริมจริง เวอร์ชันของพื้นที่เหล่านั้นจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกับที่ผู้เล่นเคยเห็นใน expansions เดิมทั้งหมด เช่น Northrend อาจถูกนำมาใช้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับไทม์ไลน์ยุคต้นของเกม มากกว่าจะเป็นฉบับเดียวกับ Wrath of the Lich King ซึ่งเปิดทางให้ทีมออกแบบเนื้อหาใหม่ได้กว้างขึ้น
แนวทางของ Blizzard จึงไม่ได้ยึดติดกับความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ของตัวเกมทุกจุด แต่เน้นรักษา “จิตวิญญาณ” ของ Classic WoW เป็นหลัก ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้คือการหลีกเลี่ยงฟีเจอร์ที่อาจลดการเล่นร่วมกันของผู้เล่น ขณะเดียวกันก็ยอมเพิ่มเควสต์หรือเนื้อหาบางส่วนที่เดิมมาจากภาคเสริม หากมองว่าเข้ากับบรรยากาศของเกมต้นฉบับ
นอกจากนี้ WoW Forever ยังมีแผนเพิ่มพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยเข้าสู่เกมเต็มรูปแบบในอดีต เช่น Mount Hyjal ซึ่งเดิมเคยถูกวางแผนไว้ในช่วงพัฒนาเกมรุ่นแรกแต่ถูกตัดออกไป ทำให้แนวทางอัปเดตของโหมดนี้ดูยืดหยุ่นกว่าการเล่น Classic เวอร์ชันอื่น ๆ ของ Blizzard
โดยสรุป ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ชี้ว่า WoW Forever จะไม่ใช่การรีรันเนื้อหาเก่าแบบตายตัว แต่เป็นพื้นที่ทดลองที่ Blizzard สามารถหยิบองค์ประกอบจากอดีต มาผสมกับเนื้อหาใหม่ในกรอบของโลกดั้งเดิมได้มากขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่น่าจับตาอีกประการคือจังหวะการปล่อยแพตช์ ซึ่งน่าจะถี่กว่าระบบอัปเดตของภาคเสริมในอดีตหลายยุคที่ผ่านมา


