แนะนำปรับกราฟิก The Blood of Dawnwalker ให้เล่นลื่นขึ้นโดยไม่เสียภาพมาก
The Blood of Dawnwalker เป็นเกมที่มีงานภาพสวยแต่กินสเปกมากกว่าที่หลายคนคาด โดยเฉพาะบนพีซีระดับกลางที่แม้จะตรงตามสเปกที่ผู้พัฒนาระบุ ก็ยังไม่ได้การันตีเฟรมเรตตามเป้าหมายเสมอไป บทความนี้จึงทดสอบบน…

The Blood of Dawnwalker เป็นเกมที่มีงานภาพสวยแต่กินสเปกมากกว่าที่หลายคนคาด โดยเฉพาะบนพีซีระดับกลางที่แม้จะตรงตามสเปกที่ผู้พัฒนาระบุ ก็ยังไม่ได้การันตีเฟรมเรตตามเป้าหมายเสมอไป บทความนี้จึงทดสอบบนเครื่องตัวอย่างระดับกลางอย่าง GeForce RTX 4060 คู่กับ Ryzen 7 7700X เพื่อหาค่าปรับที่ช่วยดันเฟรมเรตให้เข้าใกล้ 60 fps มากที่สุด โดยยังรักษาคุณภาพภาพรวมของเกมไว้ให้มากพอ
จากการทดสอบพบว่าเกมรันได้หนักมากในฉากป่าทึบและพื้นที่ที่มีพืชพรรณหนาแน่น ซึ่งเป็นจุดที่เฟรมเรตตกลงชัดเจน แม้เปิด DLSS โหมด Balanced แล้วก็ยังทำได้ราว 50 fps โดยเฉลี่ยที่ความละเอียด 1440p และการลด DLSS ลงไป Performance ไม่ได้ช่วยมากอย่างที่คาด เพราะเพิ่มได้เพียงประมาณ 6 fps แถมยังทำให้ภาพมีอาการรบกวนจาก foliage, เส้นขอบแตก และความคมชัดที่ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อใช้โหมดอัปสเกลของฝั่ง AMD ก็ยิ่งเห็นอาการ shimmer และ noise ชัดขึ้น
สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการปรับ 4 ตัวเลือกหลัก ได้แก่ Shadow Quality, Light Quality, Foliage Quality และ Detail Quality ให้ลดลงจาก High มาเป็น Medium ก่อน จากนั้นถ้าต้องการให้ทะลุ 60 fps อย่างมั่นคงกว่าเดิม ให้ลด Shadow Quality ลงไป Low เพิ่มอีกขั้น ผลทดสอบในฉากวนซ้ำที่ใช้วัดประสิทธิภาพพบว่าเฟรมเรตเฉลี่ยขยับขึ้นจากราว 50 fps ไปถึงประมาณ 62 fps ได้ ขณะที่คุณภาพภาพยังถือว่ายอมรับได้ในระหว่างเล่นจริง
บทความยังชี้ว่าเงาเป็นหนึ่งในตัวกินทรัพยากรหลักของเกมนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของเกมที่สร้างด้วย Unreal Engine 5 ที่มักใช้ทรัพยากรด้านแสงและเงาค่อนข้างสูง การลดค่าดังกล่าวช่วยได้มากโดยเฉพาะในฉากที่เต็มไปด้วยต้นไม้และเงาซ้อนทับจำนวนมาก ส่วน Foliage และ Detail ที่ลดลงจะทำให้พื้นฉากดูโล่งขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้กระทบความสวยโดยรวมรุนแรงนัก
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเตือนว่าค่าเฉลี่ยที่ได้ยังไม่รับประกันว่าจะไม่มีดรอปต่ำกว่า 60 fps เพราะในฉากต่อสู้กลางคืนที่ซับซ้อนกว่า ตัวเลขยังลดลงมาแถว 53 fps แม้จะปรับค่าตามที่แนะนำแล้ว นั่นหมายความว่าผู้เล่นที่ต้องการความนิ่งระดับสูงจริง ๆ อาจต้องยอมลดรายละเอียดมากขึ้น หรือไม่ก็พิจารณาใช้งานฟีเจอร์เสริมเพื่อช่วยเรื่องความลื่น
ทางออกที่ Rebel Wolves เพิ่มเข้ามาก่อนเกมวางจำหน่ายคือระบบ Frame Generation แบบทดลอง ซึ่งรองรับทั้ง DLSS และ FSR ผู้เขียนมองว่าโหมดนี้ช่วยให้ภาพลื่นขึ้นได้ดี โดยเฉพาะบนการ์ดจอยุคใหม่จาก NVIDIA หรือ AMD แม้จะไม่ใช่การเพิ่มประสิทธิภาพจริงแบบตรงตัว แต่เป็นการแทรกเฟรมเพื่อให้การเคลื่อนไหวดูนุ่มขึ้น และในทางปฏิบัติถือว่าน่าใช้ถ้าระบบตั้งต้นทำเฟรมเรตได้ราว 50 fps ขึ้นไป
สรุปแล้ว บทความนี้มองว่า The Blood of Dawnwalker ไม่ใช่เกมที่ปรับ “สูงสุดแล้วจบ” ได้ง่ายสำหรับเครื่องระดับกลาง แต่ผู้เล่นสามารถแก้ด้วยการลด Shadow, Light, Foliage และ Detail ลง รวมถึงใช้ Frame Generation หากฮาร์ดแวร์รองรับ วิธีนี้จะช่วยให้เข้าใกล้เป้าหมาย 60 fps ได้มากขึ้น โดยยังคงภาพรวมของเกมไว้ในระดับที่ยังดูดีและเล่นได้สบายกว่าเดิม


