แบรนดอน แซนเดอร์สันคุย Blightfall, Mistborn และอนาคตงานดัดแปลง
IGN เปิดบทสัมภาษณ์พิเศษกับแบรนดอน แซนเดอร์สัน นักเขียนแฟนตาซีชื่อดังที่พูดถึงผลงานหลายชิ้นของเขา ตั้งแต่นิยายเรื่องใหม่อย่าง Blightfall ที่เขาร่วมเขียนกับ Janci Patterson ไปจนถึงแผนการดัดแปลงงานเขียน…

IGN เปิดบทสัมภาษณ์พิเศษกับแบรนดอน แซนเดอร์สัน นักเขียนแฟนตาซีชื่อดังที่พูดถึงผลงานหลายชิ้นของเขา ตั้งแต่นิยายเรื่องใหม่อย่าง Blightfall ที่เขาร่วมเขียนกับ Janci Patterson ไปจนถึงแผนการดัดแปลงงานเขียนสู่สื่ออื่น ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และวิดีโอเกม โดยประเด็นหลักของบทสัมภาษณ์คือวิธีที่เขาบริหารงานเขียนหลายโปรเจกต์พร้อมกัน และมุมมองของเขาต่ออนาคตของจักรวาลที่ตัวเองสร้างไว้
แซนเดอร์สันอธิบายว่าการทำงานในฐานะนักเขียนอาชีพต่างจากช่วงเริ่มต้นมาก เพราะไม่สามารถทิ้งโปรเจกต์ที่เริ่มไว้ได้ง่าย ๆ เหมือนเดิม เขาต้องเรียนรู้ที่จะฝ่าช่วงที่ยากของงานให้ได้ และเมื่อมีต้นฉบับหมุนเวียนกลับมาจากผู้ร่วมเขียนหรือถึงรอบแก้ไข เขามักหยุดงานหลักชั่วคราวเพื่อทุ่มให้กับการรีไรต์เต็มที่ ไม่เช่นนั้นกำหนดส่งจะล่าช้าได้ง่าย
เขายังย้ำว่าไม่ได้คิดจะลดงานลงในเร็ว ๆ นี้ เพราะมองว่าการสร้างสรรค์มีความต้องการมากกว่าที่เวลาในชีวิตจะรองรับได้ จึงต้องเลือกจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ควรทำก่อน ระหว่างการสนับสนุนจักรวาลเดิมอย่าง Cytoverse กับโปรเจกต์ใหม่อย่าง The Fires of December เขายังชี้ว่าเส้นทางการพิมพ์หนังสือไม่ได้สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของไอเดียเสมอไป เพราะบางเล่มใช้เวลาพัฒนานานหลายปี ก่อนจะออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม
เมื่อพูดถึงการร่วมงานกับ Janci Patterson เขาให้คำชมอย่างมาก โดยบอกว่าเธอช่วยเติม “บรรยากาศ” หรือโทนของเรื่องที่เขายังจับไม่ลงตัวให้ชัดขึ้น ส่วนเหตุผลที่ Blightfall ถูกวางให้อยู่ในโทนใกล้เคียงงาน young adult เขาอธิบายว่าตัวเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นที่ถูกบีบให้ขึ้นมารับผิดชอบเร็วกว่าปกติในโลกที่สงครามคร่าชีวิตผู้ใหญ่ไปมาก จึงเข้ากับธีมแบบ YA โดยธรรมชาติ
ในมุมของกระบวนการเขียน แซนเดอร์สันบอกว่าเมื่อประสบการณ์มากขึ้น เขาเริ่มเขียนอย่างมีจุดมุ่งหมายและเข้าใจตัวเองมากกว่าเดิม ต่างจากช่วงต้นอาชีพที่บางครั้งเขาแยกไม่ออกว่าทำไมฉากหนึ่งถึงเวิร์ก แต่อีกฉากกลับพัง เขายังระบุว่าแรงบันดาลใจของเขามาจากคำถามแนว “ถ้าเกิดว่า…” ที่พบได้ในไซไฟและแฟนตาซีอยู่ตลอดเวลา โดยพยายามมองหามุมเล่าที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยเห็นในสื่ออื่น
ด้านการดัดแปลงสู่ทีวีและภาพยนตร์ เขายืนยันว่าเวลานั่งเขียนนิยาย เขาไม่ได้พยายามทำให้เรื่อง “ดัดแปลงง่าย” เป็นพิเศษ เพราะหนังสือกับภาพยนตร์เป็นคนละสื่อกัน และควรเล่าเรื่องให้ดีที่สุดในรูปแบบของตัวเองก่อน ค่อยไปปรับตอนนำไปทำเป็นสื่ออื่น นอกจากนี้เขายังสนใจอยากทำโปรเจกต์บอร์ดเกมหรือเกมโต๊ะกับ Cytoverse เช่นเดียวกับที่เคยทำกับ Cosmere แต่ระวังไม่อยากผลักดันแฟน ๆ ให้ตามงานของเขามากเกินไป
ช่วงท้าย แซนเดอร์สันพูดถึงการดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมและยอมรับว่าคิดเรื่องนี้มานานในฐานะเกมเมอร์ตัวยง โดยมองว่า Mistborn น่าจะเป็นตัวเลือกแรกเพราะระบบเวทมนตร์และโลกของเรื่องเหมาะกับเกมมาก อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่าต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมเพราะเกมคือการลงทุนใหญ่ และในส่วนของภาพยนตร์ Mistborn เขาระบุว่ายังอยู่ห่างจากวันฉายอีกหลายปี ทั้งขั้นตอนแก้บท หาผู้กำกับ ถ่ายทำ และทำงานวิชวลเอฟเฟกต์
บทสัมภาษณ์ยังแตะถึง The Wheel of Time ด้วย โดยแซนเดอร์สันมองว่าการยกเลิกซีรีส์เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับทีมงานและนักแสดงที่ทุ่มเทกับงานอย่างหนัก เขายกตัวอย่างว่า Rosamund Pike คือ Moiraine ที่ยอดเยี่ยมมาก และสะท้อนความผิดหวังที่เรื่องราวไม่ได้เดินต่อให้จบ แม้รายละเอียดบางช่วงของคำตอบจะถูกตัดทอน แต่ภาพรวมของบทสัมภาษณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าเขายังเดินหน้าทำงานจำนวนมากต่อไป พร้อมจับตาการขยายผลงานไปสู่สื่อบันเทิงรูปแบบอื่นอย่างระมัดระวัง


